หลายฝ่ายกระตุ้น ให้มี VAR กลับมาใช้ได้แล้ว หลังมีการตัดสินผิดบ่อยครั้ง

เสียงเรียกร้องให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำเทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) กลับมาใช้ ดังขึ้นเรื่อยๆ หลังเกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับ ‘ผู้ตัดสิน’ ที่เริ่มผิดพลาดบ่อยครั้ง และบางครั้งรุนแรงจนเกินอภัย

ล่าสุด สมาคมฯ ใช้เวลาคิดไม่นานก่อนตัดสินลงโทษแบน ‘เปาอาคม เจริญสุข’ จนจบฤดูกาล หลังผิดพลาดอย่างชัดแจ้งในเกมไทยลีกระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านพบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด โดยเฉพาะจังหวะทำฟาวล์ในเขตโทษของทีมเยือน ต่อหน้าต่อตา แต่ผู้ตัดสินกลับชี้เป็นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ถ้าหากมี VAR อาจจะเป็นจุดโทษ 100% ก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีลูกปัญหาในอีกหลายเกม นั่นทำให้มีกระแสเรียกร้องให้ สมาคมฯ รีบกลับมาใช้ VAR อีกครั้งเพื่อลดคำครหา สำหรับเทคโนโลยี VAR หรือ Video Assistant Referee ได้รับการยอมรับจากกรรมการบริหารของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และได้รับการตอบรับทั่วโลกทันที หลังถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย เพราะได้สร้างความเที่ยงธรรม ชัดเจน สามารถตอบข้อสงสัยในจังหวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างเกมการแข่งขันฟุตบอลในจังหวะสำคัญได้

โดย ไทย ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการนำเทคโนโลยี VAR เข้ามาทดลองใช้ในการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพภายในประเทศเมื่อฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมา แต่เป็นระบบมอนิเตอร์จากห้องปฏิบัติการ VAR ที่ยกไปติดตั้งที่สนามแข่งขันในแต่ละครั้งที่จะทำการใช้ในรูปแบบ “Decentralized : Mobile Solution” ซึ่งแตกต่างจาก ฟุตบอลโลก ที่ใช้รูปแบบที่เรียกว่า “Centralized” ซึ่งทุกสนามจะมีศูนย์กลางมอนิเตอร์อยู่ที่แห่งเดียว

ด้วยเหตุนี้เอง ในฤดูกาล 2019 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด จึงพยายามปรับมาใช้ VAR ที่เป็นมาตรฐานเดียวกับฟุตบอลโลกและทั่วโลกใช้ แต่ได้ทดลองเพียงแค่ 3 สัปดาห์แรกเท่านั้น เนื่องจากทาง FIFA (สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ) และ IFAB(คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ) มีความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐาน และหวั่นกระทบภาพลักษณ์ของ VAR ที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจของทั้งสโมสร, โค้ช, นักเตะ และแฟนบอล

FIFA และ IFAB จึงประกาศให้ไทยลีกงดใช้ VAR ชั่วคราว พร้อมมาจัดอบความความรู้เกี่ยวกับ VAR ให้แก่สโมสร และผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ตัดสิน เพื่อทำความเข้าใจตรงกัน และยกระดับมาตรฐานสู่สากล ก่อนจะนำไปใช้งานเต็มรูปแบบ

อย่างที่ทราบกันสำหรับเทคโนโลยี VAR จะใช้ตัดสินสถานการณ์ 4 รูปแบบ อันประกอบไปด้วย

1. เป็นประตู/ไม่เป็นประตู (ลูกข้ามเส้นหรือไม่ข้ามเส้น, มีการฟาวล์ก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกจากสนามก่อนเข้าประตู)

2. จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาวล์, ฝ่ายรุกทำฟาวล์ก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาวล์, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)

3. ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งใจ, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง)

4. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

ทั้งนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด VAR น่าจะถูกนำกลับมาใช้ในการแข่งขัน ไทยลีก เลกที่สอง

คำถามว่า บอลลีกไทย…ทำไมต้องมี VAR ? น่าจะมีคำตอบกันแล้ว หลังได้เห็นความผิดพลาดหลายต่อหลายครั้งของการตัดสินที่ใช้สายตาแค่หนึ่งคู่

นอกจากนี้ VAR ยังมีส่วนช่วยยกระดับเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยให้มีคุณภาพ มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม และยังเป็นการป้องปรามขบวนการ ‘ล็อกผลสกอร์’ ที่หาผลประโยชน์กับวงการฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนาน และยังคงเป็นภัยร้ายอยู่ในปัจจุบันนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *